การเนรเทศคนต่างด้าว และการขอกลับเข้ามาในประเทศไทย ต้องทำอย่างไร เรื่องนี้มีคำตอบ!!

    21 ส.ค. 2563
การเนรเทศคนต่างด้าว และการขอกลับเข้ามาในประเทศไทย  ต้องทำอย่างไร เรื่องนี้มีคำตอบ!! 
 
สิทธิพื้นฐานของชาวต่างชาติ กรณีตกเป็นผู้ต้องหา หรือถูกดำเนินคดีอาญาในราชอาณาจักรมีเช่นเดียวกันกับบุคคลที่มีสัญชาติไทย อย่างไรก็ดี เมื่อชาวต่างถูกดำเนินคดีอาญาภายในราชอาณาจักรไทย อาจถูกเนรเทศออกจากประเทศไทยหรืออาจถูกส่งตัวกลับประเทศที่ชาวต่างชาตินั้นมีสัญชาติได้ตามกฎหมายเนรเทศและกฎหมายคนเข้าเมือง ซึ่งแตกต่างจากกรณีผู้ที่มีสัญชาติไทยโดยการเกิด ซึ่งกฎหมายห้ามเนรเทศบุคคลดังกล่าวตามความในมาตรา 5  ของพระราชบัญญัติการเนรเทศ พ.ศ.2499 แม้ว่าจะมีเหตุจำเป็นเพื่อความสงบเรียบร้อยก็ตาม 
 
1. การเนรเทศคนต่างด้าวตาม พระราชบัญญัติการเนรเทศ พ.ศ. 2499
การเนรเทศ คือ การทำให้การเข้าเมืองที่ชอบด้วยกฎหมายและการอยู่อาศัยของคนต่างด้าวสิ้นสุดลง พูดให้
เข้าใจง่ายก็คือ การเคลื่อนย้ายคนต่างด้าวให้ออกจากประเทศโดยเหตุผลเพราะว่าหากคนต่างด้าวยังพำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทยจะขัดต่อความสงบสุข ความปลอดภัย สันติภาพและสวัสดิการสาธารณะของประเทศ โดยอาศัยกฎหมายเนรเทศตาม พ.ร.บ.การเนรเทศ พ.ศ. 2499  มาใช้บังคับ ประกอบกับข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยระเบียบการเนรเทศ ข้อเท็จจริงที่ให้อำนาจแก่รัฐมนตรีที่จะออกคำสั่งทางปกครองเนรเทศคนต่างด้าวนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นความผิดอาญาเสมอไป แม้คนต่างด้าวผู้นั้น จะมิได้กระทำความผิดอาญาอุกฉกรรจ์ เช่น ป่วยเป็นโรคติดต่อหรือโรคเรื้อรัง หากปรากฏว่าการเนรเทศคนต่างด้าวนั้นมีความจำเป็นเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมด้วยความสงบเรียบร้อย คนต่างด้าวผู้นั้นก็อยู่ในข่ายที่ต้องคำสั่งเนรเทศได้เช่นกัน เมื่อคนต่างด้าวที่ต้องคำสั่งให้เนรเทศ บุคคลผู้นั้นจะต้องออกนอกราชอาณาจักรไทยและจะเข้ามาในประเทศไทยไม่ได้อีก เนื่องจากคนต่างด้าวนั้นได้กลายเป็นบุคคลต้องห้ามที่จะเข้ามาในประเทศไทยตาม พ.ร.บ. คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 
 
        ในเรื่องการเนรเทศนั้น ก็ไม่ใช่ว่า จะสามารถขับไล่หรือส่งตัวคนต่างด้าวออกไปนอกประเทศได้โดยง่ายเพียงเพราะเขาทำความผิดเท่านั้น แต่มีกระบวนการหลายขั้นตอนพอสมควรในการส่งบุคคลดังกล่าวออกนอกประเทศ อันได้แก่ 
 
• การจับกุมและควบคุมตัวผู้นั้นไว้ในที่ใดที่หนึ่งจนกว่าจะมีการจัดการให้เนรเทศ 
• การกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการห้ามเนรเทศก่อนครบกำหนด 15 วันนับแต่วันแจ้งคำสั่งเนรเทศให้ผู้ซึ่งเนรเทศผู้นั้นทราบ
• การใช้สิทธิในการอุทธรณ์ขอให้เพิกถอนคำสั่งเนรเทศ หรือขอมิให้ส่งตัวออกไปนอกราชอาณาจักรของคนต่างด้าว
 
       ซึ่งคำสั่งอนุญาตนั้น เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีที่จะมีอำนาจสั่งเพิกถอนคำสั่งเนรเทศ สั่งผ่อนผัน
โดยประการอื่นใดหรือสั่งให้ส่งไปประกอบอาชีพ ณ ที่แห่งใด แทนการเนรเทศตามที่เห็นสมควรได้ ทั้งนี้โดยจะให้ทำ
ทัณฑ์บนไว้ก็ได้
 
2. การเนรเทศคนต่างด้าวตาม พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 53
คนต่างด้าวที่มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรต่อมาภายหลังปรากฏว่าชาวต่างชาติกระทำความผิดในราชอาณาจักรไทย หรือทำให้มีเหตุอันควรในการเพิกถอนการอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักร ดังนี้
 
• มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม เป็นบุคคลที่รัฐบาลต่างประเทศได้ออกหมายจับ
• มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าเข้ามาเพื่อการค้าประเวณีการค้าหญิง หรือเด็ก การค้ายาเสพติดให้โทษ
• รัฐมนตรีไม่อนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักร
• ไม่แสดงฐานะทางการเงินตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
• เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาของศาลไทย หรือเป็นผู้ที่ไม่สามารถประกอบหาเลี้ยงชีพตนเองได้ 
 
      จะถือว่า บุคคลที่มีลักษณะความประพฤติเหล่านี้เป็นบุคคลต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ซึ่งก็จะนำมาสู่เหตุในการเพิกถอนไม่ให้บุคคลนั้นอยู่ในราชอาณาจักรได้ และเมื่อไม่อนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ทางเจ้าหน้าที่มีอำนาจในการควบคุม และกักตัวบุคคลนั้นไว้ เพื่อรอการส่งกลับไปยังประเทศที่เขามา หรือประเทศที่เขามีสัญชาติ ซึ่งก็จะใช้วิธีเหล่านี้ในการส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักร
 
3. การขอกลับเข้ามาในประเทศไทย ( การขอปลดแบล็คลิสต์ )
คนต่างชาติที่ถูกเนรเทศหรือถูกผลักดันให้ออกนอกราชอาณาจักรไทย และประสงค์จะขอกลับมาเข้ามาในราชอาณาจักรไทยอีกครั้งจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อระยะเวลาที่ถูกผลักดันให้ออกนอกราชอาณาจักรผ่านพ้นไปแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี  ทางบุคคลนั้นก็มีสิทธิที่จะมาร้องขอคณะกรรมการของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ดำเนินการถอนแบล็กลิสต์ได้  ทั้งนี้ก็แล้วแต่กรณีเช่นกัน แต่หลักๆแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการ ซึ่งหลักเกณฑ์การพิจารณาปลดแบล็กลิสต์ในการห้ามเข้ามาในราชอาณาจักรไทยนั้น หลักทั่วไปจะพิจารณา ดังนี้
 
• เมื่อกลับเข้ามาในประเทศไทยอีกครั้ง จะก่อปัญหาต่อสังคมไทยอีกหรือไม่
• โทษที่เขาได้รับเป็นโทษที่สมควรที่จะเข้ามาในราชอาณาจักรได้หรือไม่ 
• คนต่างด้าวมีบุตรมีภรรยาอยู่ในเมืองไทยที่จะต้องกลับมาอุปการะเลี้ยงดู 
 
      หากการกระทำความผิดของคนต่างด้าว ไม่ใช่ความผิดที่ร้ายแรง แต่ถูกส่งตัวกลับออกไป ต่อมาได้ขอปลดแบล็กลิสต์ก็มีเหตุผลที่คณะกรรมการจะพิจารณาว่าจะอนุญาตให้เข้าประเทศหรือไม่ให้เข้าก็ได้ แต่ส่วนใหญ่เมื่อเป็นกรณีในลักษณะนี้ คือ มีภาระอยู่ที่เมืองไทย มีภรรยาคนไทย มีลูกอยู่ในไทย ที่จะต้องกลับมาอุปการะเลี้ยงดู และความผิดนั้น ไม่ใช่ความผิดโดยกมลสันดาน หรือความผิดที่แก้ไม่ได้จริงๆ โดยหลักแล้วก็จะพิจารณาอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรไทยได้